7 สัญญาณเตือน อาการข้อเข่าเสื่อม ! หมั่นสังเกตไว้ จะได้เตรียมพร้อมรับมือ

7 สัญญาณเตือน อาการข้อเข่าเสื่อม ! หมั่นสังเกตไว้ จะได้เตรียมพร้อมรับมือ

อาการข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่พบได้ในผู้สูงอายุทั่วโลก เฉพาะในประเทศไทย มีหญิงสูงวัยที่กำลังประสบปัญหานี้สูงถึง 12% และเพศชายอีกกว่า 6% ซึ่งหากเตรียมพร้อมรับมือ ตั้งแต่ช่วงวัยทำงาน อาจช่วยลดความเสี่ยง หรือบรรเทาความรุนแรงของโรคนี้ลงได้ จึงควรรู้จักอาการเบื้องต้น เพื่อวางแผนป้องกันอย่างเหมาะสม

สาเหตุ อาการข้อเข่าเสื่อม เกิดจากหลายปัจจัย

ข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่มีการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อนข้อเข่า ซึ่งนอกจากคอลลาเจนไทป์ 2 ในบริเวณเข่า ที่เสื่อมตามวัยแล้ว ยังมีสาเหตุมาจากการที่เข่ารับน้ำหนักมากเกินไป เกิดแรงกระแทกซ้ำ ๆ จนกระดูกอ่อนฉีกขาด บาดเจ็บ เกิดเป็นแผลบริเวณผิวหน้ากระดูกอ่อน ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบซ้ำ ๆ โดยปัจจัยเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นในคนที่ทำงานด้วยท่าทางที่ใช้เข่า ในลักษณะเดิมเป็นประจำ, คนที่มีน้ำหนักมาก, มีกระดูกผิดรูปจากกรรมพันธุ์หรืออุบัติเหตุ รวมถึงคนที่ขาดสารอาหารบางชนิดด้วย

7 สัญญาณเตือน อาการข้อเข่าเสื่อม เบื้องต้น

มีเสียงกรอบแกรบในเข่า

กระดูกอ่อนข้อเข่าเปรียบเหมือนกันชน ระหว่างกระดูกต้นขาและกระดูกขา ที่ช่วยรับแรงกระแทก และป้องกันการบาดเจ็บระหว่างเคลื่อนไหว แต่ถ้ากระดูกอ่อนเสื่อมสภาพลง จะทำให้กระดูกสองชิ้นเสียดสีกันโดยตรง จนทำให้เกิดเสียงผิดปกติในเข่าได้

ปวดเข่าด้านในเวลาเดิน

ข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ เป็นภาวะที่มีการอักเสบเกิดขึ้นที่ผิวหน้ากระดูกอ่อนตลอดเวลา ยิ่งเคลื่อนไหว ยิ่งกระตุ้นให้อักเสบมากขึ้น เหมือนกับเป็นการบาดเจ็บสะสม ที่จะทำให้เกิดการงอกของกระดูกแบบผิดปกติ (Bone Spur, Osteophyte) ซึ่งอาจขัดขวางการเคลื่อนไหว และระคายเคืองโครงสร้างใกล้เคียง จนทำให้เกิดอาการปวดเข่าด้านใน

รู้สึกเมื่อยข้อพับขา

อาการข้อเข่าเสื่อม ที่หลายคนอาจไม่ได้สังเกต คืออาการเมื่อยข้อพับขา ที่ทำให้ต้องหยุดเดินเป็นระยะ หรือสะบัดเข่าแล้วจะดีขึ้น นอกจากจะมีสาเหตุมาจากการอักเสบในข้อแล้ว ยังอาจเกิดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อน่อง ที่ต้องรับแรงโหลดจากส่วนบน ในขณะที่ร่างกายเสียสมดุล จากกระดูกอ่อนเข่าที่ผิดรูปไป

เหยียดเข่าได้ไม่สุด

เมื่อมีอาการปวดเข่าด้านในจากข้อเสื่อม มักทำให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหวน้อยลง จึงมีโอกาสที่จะเกิดพังผืดบริเวณที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ร่วมกับการที่กระดูกอ่อนเสื่อมสภาพ ทำให้โครงสร้างโดยรอบผิดปกติไป ทั้งกล้ามเนื้อ, พังผืด, เส้นเอ็น จนเข่าติด ไม่สามารถเหยียดได้อย่างเต็มที่

ข้อเข่าบวมแดง

อาการบวมแดง เป็นสัญญาณเตือนที่แสดงถึงการอักเสบอย่างชัดเจน โดยระยะแรกอาจมีอาการปวดเข่าอย่างรุนแรง มีเข่าบวมมากผิดปกติ ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดง รู้สึกเจ็บทั่ว ๆ โดยหาจุดกดเจ็บชัดเจนไม่ได้ ซึ่งบางรายอาจเจาะได้น้ำจากข้อด้วย (Joint Effusion)

ข้อเข่าติดตอนเช้า

ขณะนอนหลับ ร่างกายจะเคลื่อนไหวน้อยลง ข้อเข่าจะขยับน้อยมาก ส่งผลให้เส้นใยกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นหดเกร็ง ร่วมกับมีการสะสมของผลึกเกลือแร่ต่าง ๆ จนทำให้มีอาการเข่าติดตอนเช้า ซึ่งเป็นอาการข้อเข่าเสื่อม ที่จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนจำกัดการใช้ชีวิตในที่สุด 

หัวเข่าบวมมากตอนเย็น

อีกสัญญาณเตือน ที่บ่งบอกถึง อาการข้อเข่าเสื่อม ในผู้สูงอายุ คือหัวเข่าบวมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะบวมมากที่สุดในช่วงเย็น เพราะกระดูกเข่าเกิดการเสียดสีอย่างหนักตลอดวัน จนมีการสร้างสารอักเสบจำนวนมากในข้อเข่า กล้ามเนื้อรอบเข่าบาดเจ็บสะสม จนทำให้บวมที่สุดตอนเย็น หลังจากทำกิจกรรมอย่างหนักมาทั้งวัน

ข้อเข่าเสื่อม อาการที่ต้องรีบดูแล

ประคบเย็น

เมื่อมีอาการปวดข้อแบบเฉียบพลันให้ประคบเย็นภายใน 48 – 72 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นจึงประคบอุ่น เพื่อเร่งให้ยุบบวม

ใช้หมอนหนุนเข่า

การใช้หมอนหนุนที่ข้อพับเข่าเวลานอน จะช่วยลดอาการตึงข้อเข่า และลดอาการปวดเข่าด้านในได้

หยุดสูบบุหรี่

สารพิษในบุหรี่ เป็นตัวการสำคัญที่ทำลายคอลลาเจนในร่างกาย โดยเฉพาะคอลลาเจนไทป์ 2 ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของข้อต่อและกระดูก

ควบคุมน้ำหนักตัว

การดูแลน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และสมดุลกับส่วนสูง จะช่วยลดแรงกดที่กระทำต่อข้อเข่า ซึ่งน้ำหนักเกินเป็นอีกสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุรุนแรงขึ้น

ออกกำลังกายต้นขา

การเพิ่มความแข็งแรงของต้นขา จะช่วยลดปัญหาที่เกิดจากข้อเข่าเสื่อม อาการปวดเข่าด้านใน ปวดข้อพับขา และอาการปวดร้าวที่เกิดจากอวัยวะข้างเคียง

เสริมคอลลาเจนให้ร่างกาย ลดการเกิด อาการข้อเข่าเสื่อม

การเสริมด้วยคอลลาเจนไทป์ 2 แบบที่มีอยู่ใน FORTE Collagen เป็นการแก้โดยตรงที่ต้นเหตุของปัญหา ซึ่งนอกจากจะซ่อมแซม และเติมเต็มคอลลาเจนส่วนที่ขาดแล้ว ยังสามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นใช้เอง พร้อมทั้งปกป้องโปรคอลลาเจนอย่างมีประสิทธิภาพได้ในเวลาเดียวกัน

ถึงแม้อาการข้อเข่าเสื่อม จะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันมีวัยทำงานจำนวนไม่น้อย ที่เริ่มประสบปัญหานี้ ส่วนหนึ่งมาจากการใช้ร่างกายอย่างหักโหม โดยขาดการบำรุงด้วยสารอาหารจำเป็นอย่างคอลลาเจน ที่สำคัญคือไม่สังเกตสัญญาณเตือน ที่ร่างกายพยายามสื่อสาร ทำให้กว่าจะได้รับการวินิจฉัย กว่าจะได้รักษา อาการก็รุนแรงเกินกว่าจะฟื้นฟูได้ทันแล้ว